Cases Reports
Highlighted Cases
Media Alert

Violations in China
Murder and Execution
Torture
Violence Leading to Disabilities
Violence against Women
Psychiatric Torture
Enslavement
Persecution of Families
Violence against Persons with Disabilies
Right to Education
Violence against Foreign Citizens

Cases
Death
Torture
Psychiatric Torture
Religious Intolerance
Freedom of Expression
Arbitrary Detention
Violence Against Children
Violence Against Families
Violence Against Women
Human Rights Defender
Right to Health
Right to Education
Independent Judges and Lawyers
Disappearance

China Reports
Labor Camps
Cases By Province

Refugees
Deprived CitizenShip
Internally Displaced ( IDP )

Publications
Falun Gong Reports
United Nations Reports
Human Rights Reports

Resources
Falun Info. Center
Justice for Falun Gong
Friends of Falun Gong
WOIPFG
United Nations
Home
ฉบับที่ 32  
Print  E-mail 

จดหมายข่าวสิทธิมนุษยชน – ฉบับที่ 32

ออนไลน์ ที่นี่
ไฟล์พีดีเอฟ ที่นี่

ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อมโนธรรม

ภาพนี้แสดงถึงการที่ผู้คุมนักโทษทรมานผู้ฝึกฝ่าหลุนกงโดยมีนักโทษที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกเดียวกันช่วยผู้คุมทำร้ายด้วย

พวกเราที่อยู่ในโลกประเทศเสรีใบนี้ ไม่สามารถจะเข้าใจได้ว่าผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหงในประเทศจีนนั้นต้องใช้ความพยายามขนาดไหนในการที่จะลุกขึ้นเรียกร้อง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิมนุษยชนขั้นที่นับว่าเป็นพื้นฐานที่สุด ภายใต้ระบอบรวบอำนาจเบ็ดเสร็จของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในขณะที่เรามีการปกครองโดยใช้กฎหมาย พวกเขาต้องเผชิญกับการปกครองของระบอบคอมมิวนิสต์ที่คอยกำกับพวกเขา ให้ทำ ให้พูด และให้เชื่อในสิ่งที่คอมมิวนิสต์ต้องการ ขณะที่เราสามารถวิจารณ์รัฐบาลของเราผ่านสื่ออย่างอิสระภายใต้การคุ้มครองของรัฐธรรมนูญ พรรคคอมมิวนิสต์จะเป็นนายผู้กำหนดว่าอะไรที่พวกเขาควรรู้ ให้ตำรวจจับพวกเขาโดยไม่มีสาเหตุ ให้ศาลตัดสินว่าพวกเขาทำผิดฐานละเมิดกฎหมายตามอำเภอใจ โดยไม่มีหลักฐานหรือใช้กระบวนการทางกฎหมาย และให้ผู้คุมขังทรมานพวกเขา เพียงเพราะพวกเขามีความคิดที่เป็นอิสระของตัวเอง

ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไร้ความปราณีอย่างที่สุดนี้ เปรียบเสมือนดอกบัวที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะในฤดูหนาว เจตนารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อการยุติการปราบปรามที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เราผู้ที่ได้แต่เพียงจินตนาการถึงสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญขอปรบมือให้กับผู้ฝึกฝ่าหลุนกงจากค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือในความกล้าหาญที่จะยืนหยัดต่อความเชื่อของพวกเขาและเพื่อความยุติธรรม

พวกเขาร้องขอความช่วยเหลือจากพวกเราในการหยุดความทารุณของระบอบการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์ “เราขอให้ประชาชนและองค์การต่างๆ ทั่วโลกลุกขึ้นปกป้องความยุติธรรม และช่วยรักษาศักดิ์ศรีและสิทธิของการมีอิสระในความเชื่อ” เราช่วยพวกเขา ไม่เพียงเพื่อชะตาชีวิตของพวกเขา แต่เพื่อตัวเราเอง เพราะการกระทำที่มีความเมตตาเพียงเล็กน้อยนั้นไม่เพียงบอกว่าเราเป็นคนเช่นไร แต่ยังชี้ถึงโลกที่เราเลือกที่จะอยู่ มีพวกเราสักกี่คนที่จะช่วยเหลือ


จดหมายเปิดผนึกจากผู้ฝึกฝ่าหลุนกง
ที่ถูกกักขังอยู่ในค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือ

พวกเราเป็นผู้ฝึกฝ่าหลุนกงที่ถูกกักขังอยู่ที่ค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือในเมืองฮาร์บิน จังหวัดเฮ่ยหลงเจียง เรามีคำร้องขอดังต่อไปนี้:

  1. ประกาศความบริสุทธิ์ของนายหลี่ หงจื้อ และฝ่าหลุนกงในทันที
  2. ปล่อยตัวผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทุกคนที่ถูกกักขังอย่างผิดกฎหมายอย่างไม่มีเงื่อนไขในทันที
  3. ชดใช้ความสูญเสียทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทุกคนที่ต้องทุกข์ทรมานนับตั้งแต่การปราบปรามเริ่มขึ้นมา
  4. นำอาชญากรหลักในกลุ่มโจรทางการเมือง – เจียงเจ๋อหมิน และ หลัวกัน เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ระบบค่ายกักกันแรงงานภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีนละเมิดอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รวมทั้งรัฐธรรมนูญจีนอีกด้วย ประชาชนผู้บริสุทธิ์และผู้ฝึกฝ่าหลุนกงถูกส่งไปค่ายกักกันแรงงานโดยไม่เต็มใจเป็นเวลาหลายปีโดยปราศจากการพิจารณาคดีในศาล ระบบค่ายกักกันแรงงานนี้ยังปล่อยให้มีการกักขังคนๆเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก เราร้องขอให้ผู้ที่มีจิตใจเมตตาทั่วโลกประณามระบบที่ชั่วร้ายนี้ การดำเนินการของระบบนี้ ย่ำยีสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของประชาชนของตัวเองอย่างเปิดเผย การล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ผู้คุมขังทำการทรมานผู้ฝึกบ่อยๆ โดยการจับพวกเขาแขวนขึ้นกลางอากาศเป็นระยะเวลานาน ทุบตีพวกเขาด้วยกระบองที่มีหนามแหลม ติดเข็มหมุดตามตัวพวกเขา และขังพวกเขาในกรงเหล็ก คนที่ถูกขังคนอื่นๆ ที่ช่วยเหลือในการทรมานจะได้รับรางวัลโดยการลดระยะเวลาในการถูกคุมขัง


เราร้องขอให้ประชาชนและองค์การต่างๆ ทั่วโลกลุกขึ้นปกป้องความยุติธรรม และช่วยรักษาศักดิ์ศรีและสิทธิของการมีอิสระในความเชื่อ! เราเรียกร้องให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนหยุดการปราบปรามในทันที ประกาศความบริสุทธิ์ของฝ่าหลุนกงและผู้ฝึก และนำผู้ที่กระทำอาชญากรรมเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดยผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทุกคนที่ถูกกักขังอยู่ที่ค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือ
วันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.2007


จดหมายอุทธรณ์ของซือเชิงหง

ผมชื่อซือเชิงหง ปัจจุบันผมถูกกักขังอยู่ที่ค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือในเมืองฮาร์บิน จังหวัดเฮ่ยหลงเจียง ผมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนปล่อยตัวผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทุกคนที่ถูกกักขังอยู่ในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

ก่อนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะเริ่มการปราบปรามฝ่าหลุนกง ผมมีครอบคัวที่มีความสุขกับภรรยา หลิวมิงยุ่น และลูกชาย ซือเยี่ยหมิง ภรรยาของผมก็เป็นผู้ฝึกด้วย และถูกพิพากษาให้ถูกจำคุกในค่ายกักกันแรงงานในปี ค.ศ. 2000 แม่ของผมได้รับความกดดันจากการปราบปรามนี้ และแม่คิดถึงลูกสะใภ้และเศร้าโศกมาก แม่ตรอมใจตายในที่สุด พรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมของครอบครัวผม ภรรยาและผมเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้า หลังจากที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเริ่มปราบปรามฝ่าหลุนกง ครอบครัวของผมก็แตกสลาย เราเสียบ้านและต้องเช่าที่พักอาศัย โศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้นจากสิ่งที่พรรคคอมมิวนิสต์เรียกว่า “สังคมที่กลมเกลียว”

ผมถูกจับในตอนเย็นของวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2006 ขณะนั้นผมกำลังส่งผ้าในเมืองฮาร์บิน ผมถูกส่งไปกักขังที่ค่ายกักกันแรงงานอย่างลับๆ เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 2006 ขณะที่ภรรยามาเยี่ยมผม ตำรวจก็จับเธอและนำเธอไปที่สถานีตำรวจเขตนานกาง เธอถูกตัดสินให้ถูกจำคุก 5 ปี ในขณะนั้นลูกชายของเราอายุยังไม่ถึง 17 ปี ซึ่งมากับเธอด้วย จึงถูกขังเป็นเวลา 1 เดือน ไม่ว่าลูกชายของผมจะอายุเท่าไร เขาก็ยังต้องการการดูแลจากพ่อและแม่ แต่ภรรยาและผมต้องถูกคุมขัง ทำให้ลูกชายของผมต้องอยู่บ้านคนเดียว สถานการณ์เช่นนั้นกระทบต่อการศึกษาในโรงเรียนของเขา เขาไม่สามารถเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย และตอนนี้เขาอยู่บ้านคนเดียว หลังจากที่พ่อของผมทราบว่าภรรยาของผมถูกขังในคุกและผมถูกกักขังในค่ายกักกันแรงงาน พ่อผมซึ่งอายุ 80 ปีแล้ว จึงร้องไห้ทุกวัน และเสียชีวิตในวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2006 พ่อผมเป็นหนึ่งในเหยื่อจำนวนนับล้านคนที่ต้องทุกข์ทรมานจากผลพวงของการปราบปรามของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ซือเชิงหง
ปลายปี ค.ศ. 2007
ที่ค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือ


จดหมายอุทธรณ์ของหวางยุ่นเฟง

ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงจำนวนมากประท้วงการทรมานด้วยการอดอาหาร ผลก็คือ เจ้าหน้าที่ทรมานพวกเขาด้วยการบังคับให้อาหารทางท่อ และรวมถีงการบังคับให้อาหารทางท่อ โดยที่มีอาหารเป็นพวก แอลกอฮอล์ น้ำเกลือเข้มข้น หรืออุจจาระ

ผมชื่อ หวางยุ่นเฟงผมถูกคุมขังอย่างผิดกฎหมายที่ค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือในเมืองฮาร์บิน ผมเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทุกคนที่ถูกคุมขัง พวกเราเป็นผู้บริสุทธิ์ อาจารย์ของพวกเราบริสุทธิ์

ผมถูกจับ 4 ครั้ง นับตั้งแต่การปราบปรามในปี ค.ศ. 1999 ผมถูกตัดสินให้ถูกกักขังในค่ายกักกันแรงงาน 2 ปี และถูกรีดไถเงินกว่า 10,000 หยวน ผมถูกพรากสิทธิในอิสระทางความเชื่อ อิสระในการพูด และแม้กระทั่งอิสระในการเคลื่อนไหว พวกเราปฏิบัติตามหลักการ “ความจริง ความเมตตา ความอดทน” และพวกเราเป็นคนดี พวกเราไม่ได้ทำความผิดใดๆ เลย

แม่ของผมอายุ 80 ปี เธอร้องไห้เพราะสิ่งที่ผมต้องเผชิญทุกวัน ตอนที่ผมถูกจับครั้งที่ 3 เธอสูญเสียการมองเห็นจากการร้องไห้ ลูกสาวและลูกชายของผมต้องเจ็บปวดจากการปราบปรามนี้ ครอบครัวของผมเกือบล้มละลาย ผมต้องทุกข์ทรมานกับการกระทำที่เลวร้ายทุกรูปแบบในระหว่างการจับกุมและคุมขัง และยังมีครอบครัวอื่นๆ นับพันในประเทศจีนที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานแบบเดียวกัน

พวกเราหวังว่า ความทุกข์ทรมานของพวกเราจะทำให้มโนธรรมของชาวโลกตื่นขึ้นมา อย่าเมินเฉยต่อผู้ฝึกที่มีความเมตตาเหล่านั้นและครอบครัวของพวกเขาอีกต่อไป… ผมหวังว่าท่านจะสามารถร้องขออย่างถูกต้องต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงขึ้นไป เกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมที่พวกเราได้รับ และปลดปล่อยผู้ฝึกที่ถูกคุมขังทุกคน อย่าปล่อยให้การปราบปรามที่ทุกข์ทรมานอย่างที่สุดนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป แสดงมโนธรรมและยื่นมือของท่านออกมา ปลดปล่อยผู้ฝึกฝ่าหลุนกงผู้บริสุทธิ์ทุกคน

หวางยุ่นเฟง
ปลายปี ค.ศ. 2007
ที่ค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือ


จดหมายอุทธรณ์ของจางเซินเจียะ

ผมชื่อ จางเซินเจียะ ผมอายุ 59 ปี มาจากเมืองฮาร์บิน ผมถูกจับในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 และถูกตัดสินให้ถูกคุมขังในค่ายกักกันแรงงานเป็นเวลา 3 ปี ผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ผมเรียกร้องให้ปล่อยผมเป็นอิสระโดยไม่มีเงื่อนไข

ผมถูกคุมขังในกองที่ 4 ของค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ผมเล่าและอธิบายให้หัวหน้าผู้คุมฟังว่าผู้ฝึกฝ่าหลุนกงเป็นคนดีทุกคน คำตอบที่ผมได้รับคือผู้ฝึกทุกคนที่ถูกขังจะต้องถูก “ล้างสมอง” ผมไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่า คนแบบไหนกันที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนอยากให้เป็น ในสังคมที่มีมาตรฐานศีลธรรมตกต่ำแบบนั้น ในที่ซึ่งเงินอยู่เหนือทุกสิ่ง ผู้ฝึกปฏิบัติตาม “ความจริง ความเมตตา ความอดทน” เพื่อที่จะชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ทำให้สุขภาพแข็งแรง และให้มาตรฐานศีลธรรมของสังคมสูงขึ้น มีประโยชน์นับร้อยโดยไม่ทำอันตรายใดๆ ให้กับประเทศชาติและสังคม แต่คนดีเหล่านี้ซึ่งเป็นความหวังของชาติกลับต้องมาทุกข์ทรมานจากการปราบปรามที่ไม่เคยมีมาก่อน เพียงแค่ในกอง 4 ผมพบกับผู้ฝึกจากระดับชั้นต่างๆ ของสังคม ตั้งแต่นายทหารซึ่งรวมที่เกษียณแล้ว วิศวกร นักศึกษาระดับปริญญาโท-เอก แพทย์ ครู คนงาน และชาวไร่ชาวนา เท่าที่ผมรู้ ยังมีอาจารย์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ นักธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกคุมขังในกองอื่นๆ ด้วย พวกเขาล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์และเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศของเรา มีผู้ฝึกแบบนี้มากเท่าไรกันที่ถูกคุมขังอยู่ทั่วประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์จีนทำลายประชาชนจีนในระดับลึกเพียงใด นี่เป็นเวลาที่จะต้องแก้ไขสิ่งผิดๆเหล่านี้แล้ว

ผมขอเรียกร้องอย่างแข็งขันว่าให้ปล่อยตัวผู้ฝึกผู้บริสุทธิ์ที่ถูกคุมขังทุกคนอย่างไม่มีเงื่อนไข

จางเซินเจียะ
ที่ค่ายกักกันแรงงานชางกลินซือ
วันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 2007

ฝ่าหลุนกง การยืนหยัดสุดท้ายของมนุษยชาติ

ส่วนที่ 2: ประวัติศาสตร์ที่ถูกเมิน

หวงหยิงถือรูปแม่ของเธอ คุณหลอจือเซียง ที่ถูกทรมานจนเสียชีวิตจากความเชื่อในฝ่าหลุนกง ขณะที่หยิงอายุเพียง 2 ปี

หลังจากมหากาพย์แห่งการต่อสู้ดิ้นรนในประเทศจีนถูกเปิดเผยออกมา ประเทศโลกเสรีต่างเฝ้ามองอยู่ข้างๆ หรือแม้กระทั่งมองเมินไปด้านอื่น ยังไม่มีรัฐบาลใดเลยที่จะประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในวงกว้างนี้อย่างเป็นทางการ ในทางตรงกันข้าม ในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมานี้ ประเทศตะวันตกกลับละโมบเพื่อผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจจากประเทศจีน โดยการอนุมัติรางวัลโดยนัยให้ประเทศจีนเป็นผู้จัดโอลิมปิคปี 2008 และให้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) เวลาเดียวที่ประเทศจีนได้รับความกดดันอย่างจริงจังจากนานาประเทศก็คือเมื่อมีความขัดแย้งทางเศรษฐกิจมากขึ้นและเมื่อสถานการณ์ในประเทศจีนคุกคามประเทศอื่นๆ เช่น การระบาดของซาร์ (SARS)

ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้การปราบปรามฝ่าหลุนกงของพรรคคอมมิวนิสต์ถูกปฏิบัติเหมือนเรื่องกวนใจที่ทำให้ไม่สะดวกและไม่ทันกาล และคำอุทธรณ์ของผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในการขอความช่วยเหลือก็มักจะถูกเมิน เข้าใจผิด หรือกระทั่งไม่ไว้ใจ คำถามที่พบบ่อยๆ 2 ข้อ พิสูจน์สิ่งที่กล่าวได้

คำถามที่หนึ่งคือ “ทำไมเราไม่รู้เรื่องนี้เลย” คำถามนี้ถูกถามเมื่อผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทั่วโลกตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ว่าผู้ฝึกหญิง 18 คน ถูกเปลื้องผ้าและถูกโยนเข้าไปในคุกของอาชญากรชาย คำถามนี้ถูกถามเมื่อผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทั่วโลกเผยแพร่ภาพที่น่าสยดสยองของใบหน้าเสียโฉมของคุณเกา หรงหรง ที่ถูกช็อกด้วยไฟฟ้าเป็นเวลา 7 ชั่วโมง คำถามนี้ถูกถามเมื่อผู้ฝึกฝ่าหลุนกงทั่วโลกเผยแพร่เรื่องการปล้นอวัยวะที่สำคัญๆอย่างเป็นระบบจากผู้ฝึกฝ่าหลุนกงขณะที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ นี่ไม่ใช้เรื่องการขาดข้อมูลเสียแล้ว เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้ว ที่ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในประเทศจีนเสี่ยงอย่างมากในการรวบรวมและส่งข้อมูลอย่างละเอียดออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่องทุกวันๆ เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศจีนอย่างรุนแรงและกว้างขวาง สถาบันที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของสาธารณชน เช่น รัฐบาล และสื่อมวลชน ให้ความสนใจเพียงน้อยนิดกับความทารุณที่เกิดขึ้น ปล่อยให้สาธารณชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ อีกคำถามหนึ่งคือ “ทำไมรัฐบาลจีนจึงปราบปรามฝ่าหลุนกง” พรรคคอมมิวนิสต์จีนทำการเผยแพร่คำโกหกจำนวนมากเพื่อให้การปราบปรามนี้สมเหตุสมผล จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่การโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะมีอิทธิพลต่อรัฐบาลและสื่อทั่วโลกในช่วงแรก สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 7 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีการศึกษาในเชิงลึกที่เป็นอิสระเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงนี้ มีการอ้างว่าผู้เชี่ยวชาญของจีนให้เหตุผลของการปราบปรามนี้ว่ามาจากความรู้สึกที่ถูกคุกคามจากจำนวนผู้ฝึกฝ่าหลุนกงที่เพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว เป็นการยากที่จะคิดถึงวิกฤตการณ์ใหญ่ของสิทธิมนุษยชนอีกอันหนึ่ง ที่คำโกหกของผู้กล่าวหาจะมีอิทธิพลแทรกซึมไปทุกที่และยาวนาน ทั้งนี้เป็นผลร่วมกันระหว่างคำโกหกของพรรคคอมมิวนิสต์และการปราศจากความห่วงใยเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างแท้จริง

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลของประเทศเสรีก็ไม่เต็มใจที่จะรับฟังเรื่องราวทางด้านของผู้ฝึกฝ่าหลุนกง รัฐบาลบางแห่งรวมทั้งรัฐบาลของประเทศเยอรมันและแคนาดาไม่เชื่อว่าการปราบปรามจะรุนแรงขนาดนั้น และยังบังคับให้ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงกลับไปยังประเทศจีน ที่ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังรอที่จะจัดการพวกเขาอยู่ บางประเทศ เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส สิงคโปร์ ออสเตรเลีย แคนาดา เม็กซิโก และรัสเซีย ก็ยอมทำตามแรงกดดันของพรรคคอมมิวนิสต์ในการควบคุมการประท้วงของผู้ฝึกฝ่าหลุนกง… บางแห่งยังได้ทำการจับกุมผู้ฝึกฝ่าหลุนกงที่จัดการการประท้วงเหล่านั้น

จากความเข้าใจผิดหรือไม่ต้องการที่จะเข้าใจของประเทศโลกเสรี ทำให้ประเทศเหล่านี้ยังคงไม่ตระหนักถึงมโนธรรมที่ถูกฝังลึกของชาวจีนที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา การซึ้อบริษัท การลงทุนทางด้านเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีจากประเทศตะวันตก มีบทบาทในการทำให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นไปในทางตรงกันข้าม และยังช่วยสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์และการกดขี่ของพรรคด้วย บริษัทของประเทศทางตะวันตกบางบริษัท เช่น ซิสโค และยาฮู ช่วยพรรคคอมมิวนิสต์ในการกดขี่ชาวจีนโดยตรง

เมื่อพยานสองคนซึ่งไม่ใช่ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงเปิดเผยการผ่าตัดขโมยเอาอวัยวะของผู้ฝึกฝ่าหลุนกงอย่างเป็นระบบในโรงพยาบาลในประเทศจีน ก็ไม่มีรัฐบาลใดๆที่จะแสดงความห่วงใยอย่างแท้จริง เนื่องจากความไม่ไว้วางใจ เจ้าหน้าที่ของรัฐของสหรัฐอเมริการอธิบายอย่างผิดๆ ถึงการเปิดเผยนี้ว่า “เป็นการกล่าวอ้างโดยกลุ่มฝ่าหลุนกง” และประกาศว่า “ไม่พบหลักฐาน” หลังจากเจ้าหน้าที่จีนจัดกลุ่มทัวร์สองกลุ่มเพื่อเยี่ยมชมโรงพยาบาล

การปิดปากเงียบของประเทศโลกเสรีอย่างยาวนานต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรงและกว้างขวางเช่นนั้นก็ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน เมื่อประวัติศาสตร์หน้านี้ผ่านไป คนในอนาคตจะคิดไตร่ตรองว่ารัฐบาลของประเทศประชาธิปไตยสามารถสละ คุณค่ามูลฐานที่สุดของโลกเสรี เพื่อผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจจากระบอบเผด็จการของคอมมิวนิสต์ได้อย่างไร และมนุษยชาติได้ตกต่ำลงไปถึงก้นบึ้ง ขนาดการใช้อวัยวะของมนุษย์เป็นสินค้าก็ยังไม่พอที่จะทำให้รัฐบาลเหล่านี้เปิดปากได้

มหากาพย์แห่งการต่อสู้ระหว่างความสงบสุขและความรุนแรง ระหว่างความจริงและการโกหก และระหว่างมโนธรรมและความชั่วร้าย ยังคงดำเนินต่อไป ประวัติศาสตร์ยังคงถูกบันทึก ผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์ยุคนี้ยังคงมีโอกาสที่จะเรียนรู้มหากาพย์แห่งการต่อสู้และเลือกว่าตัวเองต้องการจะอยู่ที่ประวัติศาสตร์ด้านใด

-- จดหมายข่าวฉบับหน้า: ประเพณีจีนเกี่ยวกับการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม

คัดลอกจาก ฝ่าหลุนกง การยืนหยัดสุดท้ายของมนุษยชาติ


การลงนามคำร้องทุกข์ออนไลน์
http://www.falunhr.org/te/index.php?signature=1&lang=thai


อ่านจดหมายข่าวทั้งหมดออนไลน์

ต้องการยกเลิกการรับจดหมายข่าว โปรดคลิกที่นี่

คณะทำงานสิทธิมนุษยชนฝ่าหลุนกง
9974 Scripps Ranch Blvd. #228, San Diego, California, 92131, United States
เบอร์โทรศัพท์: 619-280-5177, แฟกซ์: 619-280-4931, อี-เมล์: 619-280-5177thai@falunhr.org


     
    ©2003-2007 Falun Gong Human Rights Working Group, All Rights Reserved