Cases Reports
Highlighted Cases
Media Alert

Violations in China
Murder and Execution
Torture
Violence Leading to Disabilities
Violence against Women
Psychiatric Torture
Enslavement
Persecution of Families
Violence against Persons with Disabilies
Right to Education
Violence against Foreign Citizens

Cases
Death
Torture
Psychiatric Torture
Religious Intolerance
Freedom of Expression
Arbitrary Detention
Violence Against Children
Violence Against Families
Violence Against Women
Human Rights Defender
Right to Health
Right to Education
Independent Judges and Lawyers
Disappearance

China Reports
Labor Camps
Cases By Province

Refugees
Deprived CitizenShip
Internally Displaced ( IDP )

Publications
Falun Gong Reports
United Nations Reports
Human Rights Reports

Resources
Falun Info. Center
Justice for Falun Gong
Friends of Falun Gong
WOIPFG
United Nations
Home
ฉบับที่ 20  
Print  E-mail 
ข่าวประชาสัมพันธ์จากฝ่ายสิทธํมนุษยชนฝ่าหลุนกง ฉบับที่20


ค่ายสังหารซูเจี๋ยตั้น: นำสำนึกแห่งมนุษยธรรมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

โดย เฉิน สือจง

โปรดจำชื่อ ซูเจี๋ยตั้น เอาไว้ให้ดี เพราะในอนาคตชื่อนี้จะเป็นที่จดจำเท่ากับ ออสซวิส และ ต้าโจว

The National Traditional Chinese Medicine Thrombus Treatment Center ในเมืองเสิ่นหยาง ตามที่อดีตนางพยาบาลผู้เคยปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่นั่นกล่าวอ้าง ค่ายสังหารซูเจี๋ยตั้นเป็นอาคารใต้ดินซึ่งเชื่อมต่อกับโรงพยาบาลแห่งนี้

เตาเผาซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโรงพยาบาล มีประตูสองแห่งที่เชื่อมไปสู่อาคารใต้ดินของค่ายสังหารซูเจี๋ยตั้น ตามที่ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าว ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงที่อยู่ที่นั้น ถูกเผาทิ้งที่นี้หลังจากอวัยวะภายในทั้งหมดถูกนำออกจากร่างไป

8 มีนาคม 2549 นักข่าวจีนผู้หลบหนีการจับกุมจากรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์ เปิดเผยกับผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในสหรัฐถึงข้อมูลอันน่าตกใจนี้: ค่ายสังหารลับในซูเจี๋ยตั้น เมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง ในประเทศจีน

ตามที่นักข่าวผู้นี้กล่าวอ้าง ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงกว่า 6,000 คนถูกนำไปที่ค่ายซูเจี๋ยตั้น “ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยคนเหล่านั้นไม่มีวันได้กลับออกมา” นักข่าวกล่าว เขายังคงเปิดเผยต่อไปว่ามีห้องเผาและแพทย์จำนวนมากอยู่ที่นั้น “เหตุใดจึงต้องมีห้องเผาอยู่ที่นั่น ทำไมมีแพทย์อยู่ในนั้นเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่ได้มีไว้เพื่อรักษานักโทษเป้นแน่ แต่มีไว้เพื่อทำเรื่องบางอย่างที่คุณไม่อาจจินตนาการ...”

“สำหรับบรรดานักโทษแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์คงไม่เลี้ยงให้เสียข้าวสุกแน่นอน แล้วเหตุในพวกเขาจึงไปอยู่ที่นั่น.... พวกเขาทั้งหมดถูกสังหาร และเก็บเกี่ยวอวัยวะต่างๆเพื่อนำไปจำหน่ายผ่านโรงพยาบาลในแต่ละท้องที่ การขายอวัยวะมนุษย์นับเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำในประเทศจีน”

ไม่เพียงแต่บรรดาผู้ฝึกฝ่าหลุนกงที่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมในครั้งนี้ หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่นักข่าวได้เปิดเผยข้อมูล อดีตนางพยาบาลซึ่งอดีตสามีของเธอเคยทำงานเก็บเกี่ยวอวัยวะของผู้ฝึกฝ่าหลุนกงที่นั่น ก็ได้ออกมาให้การยืนยัน

“ฉันเคยทำงานที่ศูนบำบัดเหลียวหนิง ซึ่งอยู่ติดกับค่ายกักกัน อดีตสามีของฉันปฎิบัติหน้าที่ด้านการผ่าตัดเอากระจกตาของผู้ฝึกฝ่าหลุนกงออกมา ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ได้นำหายนะมาสู่ครอบครัวของฉัน”

“ช่วงต้นปี 2544 สามีของฉันได้รับมอบหมายจากโรงพยาบาลอย่างลับๆในนำเอากระจกตาของผู้ฝึกฝ่าหลุนกง เขาปิดบังฉันในช่วงแรก แต่ฉับก็ค่อยๆรับรู้ถึงความเจ็บปวดของสามีอย่างแสนสาหัส เขาฝันร้ายบ่อยๆ มีความเครียดสูงเป็นประจำ หลังจากที่ฉันถามเขาซ้ำๆหลายครั้ง เขาก็ยอมบอกความจริงให้รู้ในปี 2546”

“เขาทราบว่าคนเหล่านั้นคือผู้ฝึกฝ่าหลุนกง แพทย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องล้วนทราบในจุดนี้ มีคนบอกพวกเขาว่าการสังหารฝ่าหลุนกงไม่ถือเป็นการก่ออาชญากรรม แต่เป็นการช่วยพรรคคอมมิวนิสต์ ‘ชำระล้าง’บรรดาผู้ที่ถูกนำขึ้นเตียงผ่าตัดจะถูกวางยาสลบ ผู้สูงอายุหรือเด็ก มักเป็นกลุ่มที่ถูกนำมาผ่าตัดเก็บเกี่ยวกระจกตา”

“ตอนที่อดีตสามีบอกเรื่องนี้แก่ฉัน เขาไม่สามารถแบกรับความทุกข์ทรมานจากการทำเรื่องชั่วร้ายเช่นนั้นได้อีกต่อไป และตัดสินใจเดินทางออกจากประเทศจีนเพื่อหลบหนีความหวาดกลัว เขาบอกฉันว่า: เธอคงไม่สามารถรับรู้ถึงความหดหู่ของฉันได้หรอก เพราะบรรดาผู้ฝึกฝ่าหลุนกงเหล่านั้นยังคงมีชีวิต มันต่างกับการนำเอาอวัยวะออกจากร่างของผู้ที่เสียชีวิตแล้ว-พวกเขายังมีชีวิต”

“ด้วยเหตุนี้เอง ฉันจึงตัดสินใจหย่ากับเขา ฉันบอกเขาว่า: งานของคุณสิ้นสุดแล้ว คุณไม่อาจจับมีดผ่าตัดได้อีกต่อไป”

“ฉันรู้ว่ายังคงมีบรรดาผู้ฝึกฝ่าหลุนกงอยู่ที่นั่น” นางพยาบาลกล่าวทิ้งท้าย “ฉันได้แต่หวังว่าอาชญากรรมในครั้งนี้ควรถูกเปิดเผยสู่ประชาคมโลกให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยชีวิตคนเหล่านี้ ฉันยังคงหวังว่า จากการเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้จะเป็นการแสดงความเสียใจต่อความผิดที่ญาติดิฉันได้ทำลงไป”


นาย จั้ว จื่อกัง , อายุ 33 ปี ทำงานในบริษัทคอมพิวเตอร์ในเมืองสือเจียจวง มณฑล เหอเป่ย 30 พฤษภาคม 2544 ตำรวจเมืองสือเจียจวง และ “สำนักงาน 610” ได้จับกุมตัวเขา พวกมันทุบตีเขาจนเสียชีวิตในวันนั้น ที่สถานีตำรวจมณฑล เฉียวสี ศพของเขาเต็มไปด้วยรอยแผล หูข้างหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มและมีรูลักษณะสี่เหลี่ยมสองแห่งที่ด้านหลังของลำตัว มีร่องรอยแสดงการถูกรัดด้วยลวดสลิงที่ลำคออย่างแน่หนา

นาย เหริน เผิงหวู่ จากเมืองฮาร์บิ้น มณฑลเฮยหลงเจียง 16 กุมภาพันธ์ 2544 เขาถูกควบคุมตัวโดยตำรวจเมืองหูหลาน และถูกกักตัวอยู่ในศูนย์กักกันแห่งที่สองในเมืองหูหลาน เขาถูกสังหารก่อนรุ่งสางวันที่ 21 กุมภาพันธ์ และอวัยวะภายในทั้งหมดตั้งแต่คอหอยจรดองคชาต ถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเผาศพของเขาอย่างฉุกละหุกหลังจากนั้น

ณ เวลา 15.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2545 ตำรวจสองนายจับกุมตัว นาง หวัง หยุนเจี่ย เนื่องจากเธอฝึกฝ่าหลุนกง ในเดือนธันวาคม 2545 หลังจากบังคับให้อดนอนเป็นเวลาหลายวัน ตำรวจฉีกเสื้อผ้าเธอออก และซ็อตที่หน้าอกเธอด้วยกระบองไฟฟ้าเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นบังคับให้เธอยืนที่นั่นตลอดทั้งคืน พวกมันฉีกฝผ้าปูที่นอนมามัดของทั้งสองข้างของเธอไว้ในลักษณะไขว้กันให้ได้รับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จากนั้นใส่กุญแจมือมัดไพล่หลังและมัดส่วนบนของลำตัวเธอจรดขาทั้งสองข้างจนมีลักษณะคล้ายลูกบอล แล้วแขวนเธอไว้อย่างนั้นด้วยกุญแจมือนาน 7 ชั่วโมง ท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนั้น ทำให้หลังจากนั้น คุณหวัง ไม่สามารถยืดหลังให้ตรงได้ และไม่สามารถนั่นตัวตรงได้ การช็อดด้วยไฟฟ้าทำลายโครงสร้างหน้าอกจนบิดเบี้ยวและทำให้เธอติดเชื้ออย่างรุนแรงบริเวณนั้น เมื่อค่ายกักกันเห็นว่าเธอไม่รอดแน่ พวกมันจึงสั่งให้ครอบครัวของเธอนำเงินจำนวน 2000 หยวนมาแลกกับอิสรภาพของเธอ


นาง หวัง เซี่ย ถูกตัดสินให้ใช้แรงงานเป็นเวลา 7 ปีในค่ายแรงงาน เธอจึงอดข้าวประท้วงการทรมานดังกล่าว ส่งผลให้ผู้คุมยัดอาหารให้เธอผ่านท่อที่เสียบคาอยู่ในหลอดอาหาร ท่ออาหารถูกปล่อยให้อยู่ในหลอดอาหารของเธอเป็นเวลา 7-14 วันในแต่ละครั้ง พวกเขามัดเธอไว้กับเตียง ทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้ ฉีดยาบางอย่างแก่เธอ แล้วแขวนเธอไว้เพื่อทุบตี...จนกระทั่งเดือน กรกฎาคม 2004 หลังการทรมานอย่างแสนสาหัส น้ำหนักเธอลดลงจนเหลือเพียง 45 ปอนด์ ไม่ได้สติสัมปชัญญะ มีความบกพร่องทางจิตอย่างรุนแรง และสูญเสียความทรงจำ เธอได้รับการปล่อยตัวหลังจากนั้น เนื่องจากกรณีที่เธอถูกทำร้ายได้รับการเปิดเผยสู่นานาประเทศผ่านเว็ปไซด์ แล้วเธอก็ “หายตัวไป” ในเดือนกันยายน 2548


นาย หวัง ปิน, ถูกจับกุมจากการที่เขายื่นอุทธรณ์รัฐบาลต่อศาล เขาถูกกักตัวในค่ายแรงงาน ตงเฟิง ซิ่นชุน ในคืนวันที่ 27 กันยายน 2543 ผู้คุมในค่ายแรงงานบอกนักโทษ 5 คนว่า พวกเขาจะได้รับการลดโทษ หากพวกเขาตีนายหวังได้แรงพอ และจะถูกลงโทษหากไม่ทำเช่นนั้น การทุบตีในครั้งนั้นทำให้ลำคอ และหลอดเลือดใหญ่ของคุณหวังหัก ต่อมทอลซินบาดเจ็บ lymph nodes ถูกทำลาย และกระดูกแตกละเอียดหลายจุด มีแผลปรากฏอยู่ทั่วร่าง เขาสูญเสียสติสัมปชัญญะ เมื่อได้รับการนำส่งโรงพยาบาลประชาชนต้าชิง ในภายหลังก็สายไปเสียแล้ว คุณหวังเสียชีวิตในคืนวันที่ 4 ตุลาคม 2543 มีอายุ 47 ปี อย่างไรก็ตาม แพทย์ในโรงพยาบาลแห่งนั้นนำหัวใจ และสมองของเขาออกไป รูปถ่ายแสดงให้เห็นว่าร่างของเขาถูกผ่า

เหยื่อจากการทารุณกรรมในประเทศจีนยังไม่สิ้นสุด ความลับเกี่ยวกับการที่ประเทศจีนเป็นแหล่งรวมการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะมนุษย์ และส่งอวัยวะต่างๆไปยังประเทศใกล้เคียง เช่นประเทศไทย ได้รับการเปิดเผยแล้ว โรงพยาบาลต่างๆนับหมื่นๆแห่งทั่วโลกได้รับอวัยวะเปลี่ยนจากประเทศจีน และประเทศไทย ได้รับการยืนยันตลอดมาว่าอวัยวะเหล่านี้ได้มาโดยถูกกฎหมาย พวกเขา และคนไข้จะรู้สึกอย่างไรเมื่อทราบถึงความอำมหิตจากกระบวนการเก็บเกี่ยวอวัยวะเหล่านี้ แม้ว่าอวัยวะจากผู้ฝึกฝ่าหลุนกงจะคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยอดรวมที่ใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ มีทางใด้บ้างที่จะสามารถคลายความกังขาของพวกเขาเหล่านี้ พวกเขาต้องการค้นหาความจริงนี้หรือไม่ หรือต้องการรับความกังขาเช่นนั้น ต่อไปและเลิกกล่าวถึง “การเปลี่ยนอวัยวะในประเทศจีน” ไปตลอดกาล

แพทย์อีกคนหนึ่งกล่าวเมื่อเร็วๆนี้ว่า การนำเอาอวัยวะออกจากร่างของผู้ที่ยังมีชีวิตเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทั่วประเทศจีน ยังมีค่ายอย่างซูเจี๋ยตั้นอีกเท่าใดในประเทศจีน

อันที่จริงแล้ว เนื่องจากเราต่างก็จงเกลียดจงชังกับอาชญากรรมลักษณะนี้ซึ่งความเป็นมนุษย์ของพวกเรา บอกให้เราประกาศคำมั่นว่า “ไม่เอาแล้ว!” หลังจากตื่นตะลึงกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คำมั่นนี้ยังคงกังวานอยู่ในโสตประสาทของผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าว พวกเรารับรู้ได้อย่างถ่องแท้กับเหตุการณ์สลดในครั้งนี้ ใช่หรือไม่ เราจะอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ให้แก่ตัวเอง และลูกหลานว่า เราได้รับทราบถึงกระบวนการถอนรากถอนโคนฝ่าหลุนกงอย่างเป็นระบบซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 6 ปีได้อย่างไร และเราจะยอมให้สถานการณ์ลุกลามไปจนเกิดโรงงานเก็บเกี่ยวอวัยวะมนุษย์อย่าง ซูเจี๋ยตั้น ได้อย่างนั้นหรือ

ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อมูล แม้แต่ช่วง กรกฎาคม 2542 ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในประเทศจีนต้องแบกรับความเสี่ยงอย่างถึงที่สุดเพื่อรวมรวม และส่งข้อมูลสถานการณ์รายวันสู่ประชาคมโลก ข้อมูลเกี่ยวกับการขยายตัวและการเพิ่มระดับความรุนแรงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในต่างประเทศทำงานหนักที่สุด เพื่อกระจายข้อมูลเหล่านี้ต่อรัฐบาล สื่อมวลชน นักคิด และองค์การสหประชาชาติ และประชาคมโลกเพื่อเรียกร้องให้ทั่วโลกหันมาใส่ใจในจุดนี้

รายงานของสหประชาชาติ

ไม่ใช่ว่าข้อมูลที่มีอยู่จะไม่หนักแน่นพอ ในช่วงสองสามปีมานี้ บรรดาตัวแทนพิเศษในองค์กรอย่างสหประชาชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ออกรายงานประจำปีซึ่งเปิดเผยถึงกรณีตัวอย่างเกี่ยวกับการทรมาน และสังหารผู้ฝึกฝ่าหลุนกงโดยรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์ ตัวแทนพิเศษ แอสมา ยาฮัง เขียนในรายงานปี 2546 เรื่อง “ความโหดเหี้ยม และความอำมหิต เกี่ยวกับการทารุณกรรมที่สุดจะหาคำบรรยาย” 15 ตุลาคม 2547 ตัวแทนพิเศษ 7 คน ส่งจดหมายร่วม ไปยังประเทศจีนเพื่อบรรยายการรับรู้ของพวกเขาเกี่ยวกับการประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ตัวแทนพิเศษเหล่านี้ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการยกย่องด้านสิทธิมนุษยชน งานวิจัย และความคิดเห็นต่อรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการประทุษร้ายฝ่าหลุนกง ได้รับการตีพิมพ์นับล้านฉบับ เพื่อเผยแพร่สู่รัฐบาล และสื่อมวลชนทั่วโลก

ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอย เหมือนตอนที่ข้อมูลเกี่ยวกับฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ถูกละเลย และมองข้าม เนื่องจากลักษณะตามธรรมชาติข้อมูลเหล่านี้ขาดหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจน” และ “แหล่งข่าวที่ขาดความเป็นกลาง” จากผู้ฝึกฝ่าหลุนกงที่ประสบชะตากรรมเหมือนๆกัน ประวิติศาสตร์ยังคงแสดงว่าความป่าเถื่อนเกิดขึ้นเมื่อสื่อมวลชนไปตีแผ่ข้อมูลสู่สาธารณะ เมื่อสัญญาณอันตรายถูกมองข้าม เนื่องจากสัญญาณนี้ “ไม่สมบูรณ์” หรือ “ไม่หนักแน่นพอ” หรือ “มาจากแหล่งข่าวที่ขาดความเป็นกลาง”-เมื่อคนชั่วเผยแพร่คำเท็จ เมื่อความเงียบเปิดช่องโหว่ให้พวกชั่วร้ายดำเนินการตามอำเถอใจ

อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ก็ใช่ว่าจะซ้ำรอยเดิมทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์

ในปัจจุบัน ไม่มีการประเด็นด้านความมั่นคง และการเผชิญหน้ากันทางความคิดเหมือนก่อน ในขณะที่กลุ่มพันธมิตรไม่ได้มุ่งที่การช่วยเหลือเหยื่อจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างน้อยพวกเขาก็ต่อสู่กับนาซี และหมายมั่นว่าจะรบให้ชนะ เช่นนี้แล้วเราก็ไม่มีข้ออ้างใดๆ ในทางกลับกัน เราหมายมั่นว่าจะต้องชนะตลาดค้าอวัยวะมนุษย์ในจีนให้จงได้

วิทยาการในปัจจุบันก้าวหน้ากว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเป็นอย่างมาก และเราก็ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่าง ออสวิซ หรือ บูเชินวา เพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น หากมีคนกว่า 6000 คนถูกจับไป ซูเจี๋ยตั้น และไม่มีใครได้กลับออกมาจริงจะยากเพียงใดที่จะใช้ดาวเทียบสอดแนม สังเกตการเคลื่อนไหวเข้าออกค่ายแห่งนั้นเพื่อประเมินว่านั่นคือค่ายสังหาร

ปัจจุบันมีกฎหมายระหว่างประเทศจำนวนมาน ที่ออกมาหลังจากกรณีคดี นูเร็มเบิร์ก และมีการเฝ้าระวัง และกลไกป้องกันที่องก์การสหประชาชาติบังคับใช้เป็นจำนวนมากหลังเกิดเรื่องขึ้น เช่นนั้นแล้วมันยากเพียงใดที่จะเรียกร้องให้มีการตรวจสอบในระดับสากลต่อประเด็นเกี่ยวกับค่ายสังหารที่ยังมีอยู่ แล้วกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนจะมีไว้เพื่ออะไร

เราก็ไม่ได้ปฏิเสธมาโตยตลอดว่า ข้อมูลที่ให้มี “ความไม่สมบูรณ์” และ”ขาดหลักฐานพิสูจน์ที่เด่นชัด” ทำไมกับแค่ประเด็นด้านการขาดข้อมูลที่สมบูรณ์ถึงกับทำให้เกิดอุปสรรคต่อการตัดสินใจดำเนินการจากประชาคมโลก ในความเป็นจริง จดหมายของเขาถูกส่งไปแค่ระดับสื่อของจีน แต่สื่อตะวันตกกับเปิดเผยข้อมูลนี้แล้ว ทำไมประชาคมโลกเลือกปฏิบัติกับข่าวโรคซาร์ส และข่าวซูเจี๋ยตั้น ทั้งที่ทั้งคู่ต่างก็มีความสำคัญต่อความอยู่รอดของชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น ใช่หรือไม่ที่ข่าวเกี่ยวกับซูเจี๋ยตั้นถูกมองว่า เป็นเรื่องของคนอื่นไม่เกี่ยวกับตน

หากนั่นไม่เพียงพอที่จะเผยให้เราเห็นด้านที่เห็นแก่ตัวแล้ว ลองคิดดูว่า หากซูเจี๋ยตั้นมีอยู่ทั่วไปไม่เพียงแต่ในประเทศจีน ไม่ว่าชาติประชาธิปไตย หรือประเทศอย่างเกาหลีเหนือ ซูดาน คิวบา ก็จะเกิดกระแสประท้วงอย่างใหญ่หลวง เพียงความกระหาย ในผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากจีน ทำให้ประเด็นซูเจี๋ยตั้นถูกมองข้ามในสายตาสากลโลก

“ความผิดที่เรานำมาประณาม และลงโทษนั้น เป็นความผิดที่ทำโดยไตร่ตรองไว้อย่างรอบคอบ เป็นความผิดอันเกิดจากเจตนาที่ต้องการทำร้าย และทำลายซึ่งอารยธรรมของมนุษย์ไม่อาจทนยอมรับการปฏิเสธนี้ได้ เนื่องจากอารยธรรมจะยอมให้เกิดการซ้ำรอยเช่นนี้อีก” จัสติส แจ็คสัน รู้ถึงผลของคดี นูเร็มเบิร์ก ว่าจะถูกมองข้ามเมื่อเข้ากล่าวปาฐกถา หากเขามีชีวิตอยู่ต่อจนเห็นความผิดพลาดหลังนูเร็มเบิร์ก เขาอาจจะไตร่ตรอง และดำเนินคดีนี้ในเป็นไปตามครรลองของสำนึกแห่งคุณธรรม และทราบถึงผลที่เขาทำจนทำให้ความผิดพลาดต่างๆเกิดขึ้น

หากต้องการเผยแพร่บทความ กรุณาติดต่อletter@falunhr.org



ถึงพี่น้องในโลกทุกๆท่าน

นี่เป็นสารฉบับแรกที่เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างคณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนฝ่าหลุนกงและมูลนิธิเพื่อสำนึกแห่งคุณธรรม

หลายๆท่าน หลังจากอ่านเรื่องราวอันน่าสลดเหล่านี้ที่รัฐบาลป่าเถื่อนจีน ได้ทรมาน และ สังหารผู้ฝึกฝ่าหลุนกง คงจะมีคำถามว่า “ทำไมพวกเราจึงไม่เคยทราบมาก่อนเลย” และ” เราควรทำอย่างไรดี” คำถามของพวกท่าน และคำวิจารณ์ ทำให้เราตระหนักว่า แค่เปิดโปงความชั่วร้ายยังไม่เพียงพอ เราต้องนำสำนึกในคุณธรรมนี้ไปปฏิบัติ

ถ้อยแถลงของเราเผยแพร่ออกไปโดยข่าวอันน่าสลดเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวอวัยวะมนุษย์จากผู้ฝึกฝ่าหลุนกงในค่ายสังหารซูเจี๋ยตั้นในประเทศจีน (อ่านได้จากบทความด้านบน) และต้องขออภัยเกี่ยวกับผังเวปไซด์ที่อาจไม่สมบูรณ์เนื่องจากทำออกมาอย่างเร่งด่วน(http://www.consciencefoundation.org), เพื่อตอบสนองต่อข่าวอันน่าสลดนี้ เราขอให้ท่านช่วยทำการดังต่อไปนี้

  1. กระจายข่าวสู่เพื่อนๆของท่าน หากทุกท่านร่วมมือกัน ความเป็นกลางของท่านนี้จะมีพลังมากกว่าข่าวจากแหล่งข่าวที่มีผลประโยชน์กับตลาดในประเทศจีน;
     
  2. โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศของท่าน เพื่อช่วยกันทำการสืบสวนในระดับนานาชาติ เกี่ยวกับค่ายสังหารซูเจี๋ยตั้น;
     
  3. ติดต่อเลขาธิการทั่วไปขององค์การสหประชาชาติ นาย โคฟี อันนัน และกรรมการสิทธิมนุษยชน คุณ หลุยส์ อาร์เบอร์ เพื่อแสดงพลังและเรียกร้องให้หยุดการประทุษร้าย:

    Hon. Kofi Annan, เลขาธิการทั่วไป
    สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ
    First Avenue at 46th Street
    New York, NY 10017
    สำนักงานสื่อ: (509) 510-2563 ext.: 6343
    inquiries@un.org

    Louise Arbour
    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนรดับสูงแห่งองค์การสหประชาชาติ

    1211 Geneva 10 Switzerland
    โฆษก: +41 (22) 917-9375
    ฝ่ายประชาสัมพันธ์: +41 (22) 917-3309
    ฝ่ายประชาพันธ์ภายนอก: +41 (22) 917-3965
    โทรสาร: +41 (22) 917-0092
    jdiaz.hchr@unog.ch
     
  4. ติดต่อ ตัวแทนคณะกรรมการกาชาดสากล ในพื้นที่ของท่าน และเรียกร้องให้ช่วยเป็นตัวแทนยับยั้งการประทุษร้าย: http://www.icrc.org

ท่านสามารถติดตามแผนดำเนินงานได้ที่เวปไซด์ของเรา และเราจะส่งข่าวถึงท่านเมื่อเราดำเนินแผนงานในลำดับต่อไป

เพื่อสำนึกแห่งคุณธรรม

มูลนิธิเพื่อสำนึกแห่งคุณธรรม

ร่วมลงชื่อผ่านระบบออนไลน์:

http://falunhr.org/te/index.php?signature=1&lang=thai


ภาพตัวอย่าง:

http://falunhr.org/te/


ข้อมูลพื้นฐาน

ฝ่าหลุนกงคืออะไร
ทำไมจึงเกิดการประทุษร้ายขึ้นในประเทศจีน
สถานการณ์การประทุษร้ายในประเทศจีนในปัจจุบัน

หากต้องการหยุดรับจดหมายข่าว โปรดกด ที่นี่

คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของฝ่าหลุนกง
9974 Scripps Ranch Blvd. #228, San Diego, California, 92131, สหรัฐอเมริกา
โทร: 619-280-5177, โทรสาร: 619-280-4931, อีเมล: thai@falunhr.org, flghrwg@faluninfo.net


     
    ©2003-2007 Falun Gong Human Rights Working Group, All Rights Reserved